แนะนำการออกแบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

Month: June 2018

งานทัศนศิลป์คืออะไร และมีหลักการออกแบบอย่างไร

หากพูดถึงคำว่า ทัศนศิลป์ หลายคนอาจจะไม่รู้จักมากนัก แต่ถ้าพูดคำว่าศิลปะภาพวาดเชื่อว่าอะไรคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตาขึ้นมาอย่างแน่นอน งานทัศนศิลป์หรือว่าวิจิตรศิลป์นั้นคืองานศิลปะภาพวาด ภาพจิตรกรรมฝาผนัง งานปั้นหรืองานแกะสลักต่างๆที่สร้างสรรค์จากฝีมือของมนุษย์ โดยจำเป็นที่ต้องมีการฝึกฝนอย่างเชี่ยวชาญ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินและสุนทรียภาพให้กับผู้รับชมได้เป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุผลนี้เขาจึงเรียกศิลปะชนิดนี้ว่าทัศนศิลป์นั่นเอง ซึ่งเป็นรูปแบบการเยี่ยมชมและการวิเคราะห์ไปกับผลงานต่างๆของศิลปะกินหรือนักออกแบบ โดยชิ้นงานของทัศนศิลป์นั้นจะมีความแตกต่างกันออกไปตามความถนัดของแต่ละคน

ซึ่งถือว่าเป็นงานที่มีความอิสระทางความคิดสูงและสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของศิลปินหรือนักออกแบบได้เป็นอย่างมาก จนทำให้มีหลายแขนงยกให้ศิลปะแขนงนี้เปรียบได้กับเป็นภาษาภาพของวิชาศิลปะเลยทีเดียว

งานทัศนศิลป์ คือ อะไร

ทัศนศิลป์ สามารถแบ่งออกเป็นได้หลายชนิด ได้แก่

  • จิตรกรรม (Painting) คืองานศิลปะที่นำวิธีการเขียน วาด และระบายสีลงบนวัตถุที่เหมาะสม จนทำให้เกิดความงดงามจากแนวคิดและอามรณ์ของนักออกแบบเป็นหลัก โดยสามารถดึงดูดความสนใจของผู้รับชมให้ค้างอยู่ภายในรูปเดียวกันนั่นเอง
  • ประติมากรรม (Sculpture) การออกแบบศิลปะที่มีโครงสร้างและรูปร่างในแบบ 3 มิติ ผ่านการเลือกใช้วัสดุต่างๆไม่ว่าจะเป็น ดิน ปูน เหล็ก ไม้ หรือการแกะสลัก ซึ่งจะต้องอาศัยความแม่นยำในการสร้างสรรค์ผลงานเป้นอย่างมาก เพราะจะต้องรูปร่างที่สามารถตั้งโชว์และมองเห็นได้รอบด้านคล้ายคลึงกัน ปัจจุบันงานประติมากรรมมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่
  • ภาพพิมพ์ คือการออกแบบงานศิลปะโดยนำเอาภาพที่ตนเองทำการออกแบบนั้น พิมพ์เข้าไปในวัสดุต่างๆเช่น ไม้ หิน โลหะ ผ้า หรือวัสดุอื่นๆที่สามารถพิมพ์ได้ แน่นอนว่าความโดดเด่นของทัศนศิลป์ชนิดนี้ก็คือการแปรเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับศิลปิน
  • ทัศนศิลป์ผสมผสาน ถือว่าเป็นศิลปะทัศนศิลป์ที่ได้รับความนิยมมากในยุคปัจจุบัน หากจะพูดเห็นภาพไม่สุดคงหนีไม่พ้นภาพวีดีโอเคลื่อนไหวหรือการแสดงต่างๆ โดยส่วนมากแล้วงานเหล่านี้จะถูกออกแบบและสร้างสรรค์ผ่านระบบคอมพิวเตอร์แทบทั้งสิ้น

เอกภาพ ทัศนศิลป์

สำหรับหลักการในการออกแบบงานทัศนศิลป์โดยทั่วไปนั้นจะยึดหลักการออกแบบศิลปะตามปกติ เช่น เอกภาพ คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือมีทิศทางเดียวกัน, ความสมดุล คือ

  • การแบ่งสัดส่วนของภาพหรืองานให้เท่าเทียมกัน
  • การเน้น คือ สร้างจุดเด่นและความน่าสนใจให้กับภาพ
  • ความกลมกลืน คือ ความน่ามอง ละมุนละไม และสบายตา ของเส้น รูปทรง รูปร่าง สี ขนาด และน้ำหนักภายในงาน
  • จังหวะ คือ ความต่อเนื่องที่เกิดจากการเล่าเรื่องภายในภาพ
  • ความลึก คือระยะใกล้ไกลของวัตถุที่ถูกจัดวาง และความขัดแย้ง คือความแตกต่างกันภายในภาพเพื่อสร้างอารมณ์ภายในงานให้ครบถ้วน
Continue Reading

ทำความรู้จักกับ 4 หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ถูกต้อง

หลักการออกแบบ สื่อสิ่งพิมพ์

งานออกแบบในปัจจุบันนั้นสามารถแบ่งออกเป็นได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบโลโก้ งานออกแบบเว็บไซต์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ งานออกแบบป้าย หรือ งานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ โดยสื่อสิ่งพิมพ์นี้เองถือว่าเป็นอีกสื่อหนึ่งที่อยู่คู่กับสังคมบ้านเรามาอย่างยาวนาน โดยมักจะมาพร้อมกับการออกแบบหน้าตาให้น่าสนใจเพราะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

วันนี้เราจึงอยากพาท่านไปทำความรู้จักกับ หลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ถูกต้องว่าควรจะมีลักษณะอย่างไรกันบ้าง…

 

สร้างความน่าสนใจ

1.สร้างความน่าสนใจ สื่อสิ่งพิมพ์นั้นสามารถสร้างความน่าสนใจได้ด้วยการสร้างเอกลักษณ์ให้กับตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการง่ายๆที่นักออกแบบไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด เพราะจะช่วยเพิ่มความน่าจดจำให้กับผู้อ่าน เพิ่มความน่าสนใจ จดจำได้แม้ใช้เวลาพบเห็นไม่นานนัก อีกทั้งยังทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองก้าวมาโดดเด่นกว่าสื่ออื่นๆยิ่งขึ้น

 

ความสมดุล

 2.ความสมดุล หลักการนี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์เลยทีเดียว เพราะสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละชนิดนั้นควรจะต้องมีธีมหรือความสมดุลกันในตลอดทั้งเล่ม ยกตัวอย่างเช่น การจัดวางพื้นที่ภายในเล่ม การสร้างความสมมาตรของรูปภาพและตัวหนังสือ หรือการแบ่งสัดส่วนต่างๆให้เป็นระเบียบและไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างความรู้สึกต่อเนื่องให้กับผู้อ่านได้มากที่สุด

 

ความแตกต่าง

3.ความแตกต่าง แม้ว่าการออกแบบให้ดูเหมือนๆกันจะช่วยสร้างความต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี แต่นั่นก็เป็นดาบสองคมเพราะหากสื่อสิ่งพิมพ์ของคุณไม่มีความแตกต่างอยู่เลย อาจทำให้เกิดความน่าเบื่อและไม่รู้สึกตื่นเต้นในขณะอ่านได้ หลักออกแบบนี้ก็คือการสร้างความแตกต่างให้กับเนื้อหาหรือส่วนประกอบต่างๆภายในสื่อ เช่น การจัดวางรูปแบบหน้าใหม่ เปลี่ยนคอลัมน์ใหม่ หรือเปลี่ยนเรื่องราวใหม่ๆที่ต้องการจะเล่าให้หน้าต่อไป สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นความแตกต่างที่สามารถพึงกระทำได้

 

ทำซ้ำและเชื่อมโยง

4.การซ้ำ ออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ที่ดีนั้นจะต้องมีจุดซ้ำ ซึ่งก็คือจังหวะหรือลีลาในการเล่าเรื่องนั้นเอง โดยสื่อสิ่งพิมพ์สามารถนำเอาหลักการในจุดนี้เพื่อมาสร้างความน่าสนใจและดึงดูดให้ผู้ที่เข้ามาอ่านอยากจะอ่านเรื่องราวต่างๆต่อ เช่น อาจจะทำการพิมพ์เนื้อเรื่องส่วนหนึ่งไว้ในหน้าแรกและจากนั้นให้โยงเนื้อเรื่องไว้หน้าอื่นๆเพื่อให้ผู้อ่านตามไปอ่านต่อในหน้านั้นๆ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์ของการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว

 

องค์ประกอบเหล่านี้ถือว่าเป็นหลักการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ดีๆที่เราได้นำมาให้ท่านได้ทำความรู้จักกัน ปัจจุบันท่านที่กำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์หรืออยากจะเป็นนักออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ สามารถนำหลักการเหล่านี้ไปปรับใช้กับงานของคุณได้ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ความโดดเด่น และเพิ่มยอดขายสื่อนั้นๆได้อย่างแน่นอน

Continue Reading

7 หลักการออกแบบศิลปะ เติมเต็มจินตนาการ!!

หลักการออกแบบ ศิลปะ

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ศิลปะมักจะเกิดจากจินตนาการ” แต่ความเป็นจริงแล้วศิลปะไมได้เกิดจากจินตนาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังจำเป็นที่จะต้องใช้หลักการในการออกแบบศิลปะเข้ามาช่วยเหลือด้วย โดยหลักการออกแบบศิลปะนั้นประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลายชนิด ได้แก่

  1. เอกภพ (Unity) สิ่งนี้คือเปรียบได้เสมือกับการงานศิลปะที่มีจุดประสงค์หรือเป้าหมายในทางเดียวกัน โดยไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบใดๆก็ตามภายในงานศิลปะจะต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือมีทิศทางเดียวกันนั่นเอง
  2. ความสมดุล (Balance) งานศิลปะนั้นจะต้องมีความสมดุลภายในภาพ โดยสมดุลทั้งในเรื่องของน้ำหนักภายในภาพที่จะต้องไม่เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากจนรู้สึกได้และจะต้องแบ่งสัดส่วนของภาพให้เท่าเทียมกัน แม้ว่าทั้ง 2 ข้างจะไม่มีความเหมือนกันก็ตาม แต่ควรจะต้องมีสมดุลในเรื่องของน้ำหนักและจุดสุดใจที่เท่านั้น
  3. การเน้นให้เกิดจุดเด่น (Emphasis) งานศิลปะที่ดีนั้นจะต้องมีจุดเด่นที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับภาพ ซื้อเป็นชุดนำสายตาที่จะพาคนที่ได้รับชมงานศิลปะสามารถเข้าถึงความหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น
  4. ความกลมกลืน (Harmony) สิ่งนี้จะช่วยทำให้งานศิลปะมีความน่ามอง ละมุนละไม และสบายตา โดยจะต้องกลมกลืนทั้งความหมาย เส้น รูปทรง รูปร่าง สี ขนาด และน้ำหนักไปพร้อมๆกัน
  5. จังหวะ (Rhythm)  คือความต่อเนื่องที่เกิดจากการเล่าเรื่องภายในภาพ ทันทีที่ได้มองงานศิลปะที่ดีนั้นจะต้องรู้สึกอยากจะมองอย่างครบถ้วนและเข้าใจถึงเรื่องราวที่ถูกเล่าจากส่วนต่างๆภายในศิลปะ
  6. ความลึก (Perspective) หลายคนอาจจะคิดว่าสำหรับงานศิลปะแบบ 2D นั้นจะมีความลึกได้อย่างใด แต่ในความเป็นจริงแล้วยังสามารถมองในแบบระยะใกล้ใกลของวัตถุที่ถูกจัดวางได้ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงความลึดภาพในภาพได้อย่างชัดเจน
  7. ความขัดแย้ง (Contrast) ความขัดแย้งนั้นมักจะทำให้เราเห็นสิ่งชัดเจนจากอีกสิ่งหนึ่งอยู่เสมอ เช่น แสดงและเงาที่ทำให้เรามองเห็นถึงความแตกต่าง ทำให้รู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวาและสมจริงมากยิ่งขึ้น

7 วิธีออกแบบศิลปะ

…โดย 7 หลักการออกแบบศิลปะที่กล่าวไปนั้น ถือว่าเป็นความจำเป็นสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวหรืองานของศิลปะ…

เพราะถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยทำให้สามารถมองศิลปะได้อย่างเข้าใจ ทำงานศิลปะได้อย่างเข้าใจ และทำให้ศิลปะมีความน่าสนใจในตัวของมันเองมากยิ่งขึ้น

…โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องนำไปยัดเยียดให้ใครต่อใครมามองหรือให้ใครมาเข้าใจ!!…

แต่พวกเขาจะสามารถเข้าถึงศิลปะที่นักออกแบบต้องการสื่อออกมาด้วยตัวของเขาเอง นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าหลักการออกแบบศิลปะยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็นและยังคงจำเป็นต่อไปอีกนานแสนนาน

Continue Reading

หลักการออกแบบโลโก้ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร?

หลักการออกแบบโลโก้

การออกแบบ คือ วิธีการสร้างสรรค์งานศิลปะได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน ภาพวาด กราฟฟิค เว็บไซต์ หรือโลโก้ เมื่อพูดถึงโลโก้เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอรู้จักกันอยู่บ้าง เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยบ่งบอกความหมายต่างๆได้

ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีหลักการในการออกแบบโลโก้ที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้ได้โลโก้ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำ หลักการออกแบบโลโก้ที่ดี ต้องเป็นอย่างไร

 

ออกแบบโลโก้ ต้องมีเอกลักษณ์

ต้องมีเอกลักษณ์ ขึ้นชื่อว่าโลโก้มันก็คือตัวแทนของสินค้าหรือสิ่งๆหนึ่งที่จำเป็นจะต้องมีความเป็นชิ้นเดียว สิ่งเดียว หรือคนเดียว ฉะนั้นการออกแบบโลโก้ที่ดีจะต้องสามารถมองแล้วรู้ได้อย่างทันทีว่านี่คือโลโก้อะไรและมีหน้าที่อะไร ไม่ว่านักออกแบบจะทำการคิด รวบรวมข้อมูล และสร้างสรรค์ออกมาให้สวยงามเพียงใด…

…แต่หากมีไม่มีความโดดเด่น ไม่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนอยู่เลยบนโลโก้ ให้ถือว่าการออกแบบนั้นสูญเปล่าเลยก็ว่าได้…

เรียบง่าย

เรียบง่าย = ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิดว่าการออกแบบโลโก้ที่ดีนั้นจะต้องมีความสวยงามที่สุด ใส่ทั้งตัวหนังสือ และกราฟฟิคต่างๆให้เลิศหรูที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วหลักการออกแบบโลโก้ที่ใช้ได้ดีและได้ผลตลอดมานั่นก็คือ การออกแบบให้เรียบง่ายที่สุด

โดยความเรียบง่ายที่ว่านั้นจะต้องมีความชัดเจนและสวยงามอย่างพอดี จึงจะทำให้ผู้พบเห็นสามารถทำเข้าใจได้ว่านี่คือรูปอะไร มีส่วนประกอบของอะไร หรืออ่านว่าอะไรแม้ว่าจะเห็นแค่เพียงไม่นานก็สามารถจดจำได้

…ความเรียบง่ายนี้เองจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้การออกแบบโลโก้ประสบความสำเร็จ…

โลโก้ต้องมีความหมายในตัวมัน

โลโก้จะต้องมีความหมาย หลักการออกแบบโลโก้ที่ดีนั้นโลโก้จะต้องสามารถสื่อความหมายได้ หากคุณอยากจะใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์หนึ่ง จำเป็นที่จะต้องสื่อให้เห็นว่าโลโก้นั้นมีความหมายอย่างไร เช่น…

หากต้องการออกแบบโลโก้ร้านอาหาร Good Times Burgers คุณควรจะเลือกใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับความดีเยี่ยมและนาฬิกา แน่นอนเมื่อผู้คนพบเห็นจะทำให้สามารถเข้าใจได้ในทันที

 

ใช้สีให้เหมาะสม

ใช้สีสันให้พอดี สีสันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้โลโก้มีความสวยงามและโดดเด่นขึ้นมาได้ แต่การเลือกใช้สีสันบนโลโก้ที่ดีที่สุด คือการเลือกใช้ให้พอดี เช่น ใช้เพียงแค่ 1 – 3 สี เพื่อไม่ทำให้เกิดความสับสนกับลูกเล่นของสีสันที่มากจนเกินไป

 

…ปัจจุบันโลโก้ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างแบรนด์ สร้างสินค้า และสร้างบริษัทสักแห่งหนึ่งให้เป็นที่รู้จักได้…

หลักการออกแบบโลโก้ที่ดีทั้งหมดเหล่านี้ ถือว่าเป็นแนวทางที่นักออกแบบควรให้ความสำคัญ เพื่อช่วยให้สามารถออกแบบโลโก้ได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ป้องกันการเกิดโลโก้ซ้ำๆ และทำให้สามารถนำเอาโลโก้นั้นไปใช้งานได้จริง

Continue Reading

หลักการออกแบบเว็บไซต์ มีทั้งหมดกี่ขั้นตอน?

หลักการออกแบบเว็บไซต์

เว็บไซต์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสื่อและช่องทางที่มีผู้ใช้ในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก จนน่าจะถูกยกให้เป็นสื่อที่น่าสนใจมากกว่าโทรทัศน์หรือวิทยุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยรูปแบบของเว็บไซต์มีความคล้ายคลึงกับงานศิลปะหรือหนังสือออนไลน์ที่คุณจะสามารถเข้าใช้และศึกษาหาความรู้ต่างๆได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้นจำเป็นจะต้องมีหลักการในการออกแบบโดยมีขั้นตอนทั้งหมดดังนี้

4 หลักการออกแบบเว็บไซต์ ให้ดูดีมีสไตล์

  • ขั้นตอนที่ 1 กำหนดจุดประสงค์ เว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ย่อมมีจุดประสงค์หรือหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป บางเว็บไซต์ใช้เพื่อสำหรับขายของ บางเว็บไซต์ใช้เพื่อสำหรับแสดงข้อมูล บางเว็บไซต์ใช้เพื่อสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือบางเว็บไซต์ใช้เพื่อสำหรับบุคคลในองค์กร ฉะนั้นหลักการออกแบบที่ควรทำการคือตั้งจุดประสงค์และขอบเขตของเว็บไซต์ให้เรียบร้อย
  • ขั้นตอนที่ 2 วางโครงสร้างเว็บไซต์ โดยปกติแล้วเว็บไซต์จะประกอบไปด้วยหน้าหลัก ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้เข้าใช้จะสามารถพบเจอได้เป็นหน้าแรกและนอกจากนั้นก็จะประกอบไปด้วยส่วนประกอบของหน้าต่างๆ ซึ่งผู้ออกแบบเว็บไซต์จะต้องทำการวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้เรียบร้อย เพื่อทราบว่าภายในเว็บไซต์นั้นจะประกอบไปด้วยหน้าใดบ้าง มีจำนวนทั้งหมดกี่หน้า แต่หน้ามีหน้าที่อย่างไร ข้อมูลครบหรือไม่ และการเชื่อมต่อกันของแต่ละหน้านั้นสามารถทำได้อย่างไร ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยวางขอบเขตของเว็บไซต์ จนทำให้สามารถออกแบบและพัฒนาได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น
  • ขั้นตอนที่ 3 เริ่มออกแบบและพัฒนา หลังจากที่ได้ทำการวางโครงสร้างของเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มทำการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ให้ตรงกับโครงสร้างต่างๆที่ได้ทำการวางไว้ โดยการนำข้อมูลต่างๆมาใส่ไว้ตามหน้าเว็บไซต์แต่ละหน้าให้ถูกต้อง ซึ่งการออกแบบและพัฒนานั้นจะทำงานควบคู่ไปกับการทดสอบความถูกต้อง เพื่อช่วยให้ทราบว่าเกิดปัญหาในส่วนใดบ้างและจะได้ทำการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที โดยในส่วนนี้อาจจะใช้ระยะเวลานานมากที่สุด
  • ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบและอัพโหลดเว็บไซต์ หลังจากที่คุณได้ทำการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อย อย่าลืมว่าจะต้องทำการตรวจสอบให้ละเอียดมากที่สุด เพื่อป้องกันการปัญหาและกลับมาแก้ไขในตอนหลัง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความยุ่งยาก หลังจากนั้นให้ทำการอัพโหลดเว็บไซต์เพื่อให้พร้อมใช้งานต่อไป

การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี

โดยขั้นตอนและหลักการในการออกแบบเว็บไซต์นั้นจำเป็นที่จะต้องมีคุณสมบัติของเว็บไซต์อย่างครบถ้วน เช่น…

มีความเรียบง่าย มีความสม่ำเสมอของการออกแบบและเนื้อหาภายในเว็บไซต์เป็นไปในทางเดียวกัน มีลักษณะเด่นเพื่อทำให้ดูน่าจดจำและน่าสนใจ สามารถใช้งานได้อย่างไม่จำกัด มีคุณภาพในการออกแบบ และมีการเชื่อมโยงไปยังลิ้งค์ต่างๆได้อย่างถูกต้อง

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างสมบูรณ์ 100% และพร้อมใช้งาน

Continue Reading